วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2555

คู่มือการใช้โปรแกรม Adobe Photoshop CS3


คู่มือการใช้โปรแกรม

Adobe Photoshop CS3




 Photoshop  CS3

                Photoshop เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับสร้างและตกแต่งภาพกราฟิกซึ่งมีประสิทธิภาพและมีชื่อเสียงมากที่สุดโปรแกรมหนึ่ง ด้วยความสามารถที่หลากหลายทั้งการสร้างภาพใหม่ และตกแต่งภาพด้วยเครื่องมือและเทคนิคพิเศษต่าง ๆ จึงทำให้ Photoshop เป็นโปรแกรมสำคัญที่จำเป็นต้องมีติดตั้งใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานส่วนใหญ่
                ในปัจจุบัน Photoshop ได้ผ่านการพัฒนามาจนถึงเวอร์ชั่นที่ 10 ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Photoshop CS3 โดยในเวอร์ชั่นนี้ถูกออกแบบให้มีความสามารถเพิ่มมากขึ้นและออกแบบเครื่องมือให้เรียกใช้ได้สะดวกขึ้น ขณะนี้ Photoshop ได้ถูกนำมาใช้ในการออกแบบชิ้นงานด้านต่าง ๆ ดังนี้
1.             สื่อสิ่งพิมพ์ไม่ว่าจะเป็น นิตยสาร วารสาร หนังสือ แผ่นพับและโบชัวร์
2.             งานกราฟิกโฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์
3.             งานนำเสนอ (Presentation) และตกแต่งภาพสำหรับภาพยนตร์และมีเดียทั่วไป
4.             ออกแบบกราฟิกสำหรับเว็บไซต์

1.1  ประเภทของงานกราฟิก
                งานกราฟิกที่พบเห็นกันในสื่อต่าง ๆ ปัจจุบันนี้มีความสวยงามหลากหลายมาแต่โดยทั่วไปแล้วงานกราฟิกมีพื้นฐานการสร้าง 2 รูปแบบ คื อ
1.              กราฟิกแบบ Vector  เป็นการสร้างภาพที่มีรูปทรงเรขาคณิตโดยใช้เส้นแบบต่าง ๆ มารวมกัน โดยสามารถประกอบกันเป็นรูปภาพซึ่งมีข้อดีคือ สามารถขยายได้โดยไม่เสียความสมดุลของรูปภาพ ขอบของรูปภาพจะไม่แตกเมื่อมีการขยาย โปรแกรมที่สามารถสสร้างภาพเวกเตอร์ได้ คือ CorelDRAW, Illustor
2.              กราฟิกแบบ Bitmap เป็นการสร้างรูปภาพจากภาพถ่ายซึ่งรูปภาพจะเกิดจากจุดสีที่มีลักษณะเป็นจุดสี่เหลี่ยม มาเรียงกันอยู่จำนวนมากเรียกว่า จุดพิเซล  พอมารวมกันจะก่อให้เกิดภาพ แหล่งที่มาของภาพจะได้มาจากการถ่ายภาพ ซึ่งสามารถนำภาพไปตกแต่งและแก้ไขได้ในโปรแกรม Photoshop
         1.2  ส่วนประกอบของโปรแกรม Photoshop CS3

 1. Title Bar เป็นแถบที่อยู่ด้านบนสุดของหน้าต่างโปรแกรมมีหน้าที่แสดงชื่อของโปรแกรม

2. Menu Bar เป็นแถบที่รวบรวมคำสั่งทั้งหมดของโปรแกรมเอาไว้ โดยแยกประเภทคำสั่งออกเป็นหมวดหมู่ตามลักษณะการทำงานอย่างเช่น เมนู File มีหน้าที่จัดการไฟล์ เมนู Window จะรวบรวมคำสั่งทั้งหมดในการจัดการหน้าต่างโปรแกรมเอาไว้ เป็นต้น
Ctrl+O คือ การเปิดเมนูด้วยวิธีลัด Menu - File - Open แต่เปิดด้วยวิธีลัดคือ กดปุ่ม Ctrl พร้อมกับ O ก็สามารถเปิด ไฟล์ ที่ต้องการได้
3. Toolbox เป็นกล่องเครื่องมือที่รวบรวมชุดเครื่องมือที่โปรแกรม Photoshop เตรียมไว้ให้ใช้งาน เพื่อแก้ไข ตกแต่ง หรือสร้างชิ้นงานในลักษณะต่าง ๆ เครื่องมือหรือคำสั่งที่เห็นใน Toolbox เป็นเครื่องมือที่มักจะถูกเรียกใช้งานบ่อยๆ โปรแกรม Photoshop จึงนำมาไว้ใน Toolbox เพื่อความสะดวกในการทำงานซึ่งนอกจากเครื่องมือเหล่านี้แล้ว โปรแกรม Photoshop ยังมีคำสั่งที่ใช้ในการแก้ไข ตกแต่ง หรือสร้างชิ้นงานอีกมากมาย ซ่อนอยู่ตามเมนูต่างๆ ใน Menu Bar อย่างเช่น Filter ที่ภายในจะรวบรวมคำสั่งที่ใช้ในการสร้างเอฟเฟ็กต์ของรูปไว้มากมาย
4. Option Bar (ออปชั่นบาร์) เป็นพื้นที่ส่วนที่โปรแกรม Photoshop จะแสดงคุณสมบัติของเครื่องมือที่เราเลือกมาใช้งาน เพื่อให้เราปรับแต่งค่าของเครื่องมือนั้นให้เหมาะสมกับมากยิ่งขึ้น ดังนั้น สิ่งที่แสดงขึ้นมาที่ Option Bar จึงต่างกันไปตามคุณสมบัติของเครื่องมือแต่ละชนิด
5. Paletes กลุ่มหน้าต่างเล็กๆ ที่มีหน้าที่การทำงานเฉพาะ ส่วนใหญ่แล้วจะช่วยเสริมการทำงาน และควบคุมรายละเอียดในด้านต่างๆของโปรแกรม อย่างเช่น พาเลท Swatches ใช้สำหรับเลือก หรือกำหนดสี , พาเลท History ใช้จัดการข้อมูลการทำงานในขั้นตอนต่างๆ ที่ผ่านมา เป็นต้น
เราสามารถปิดพาเลทเก็บไปบ้าง หรือเปิดพาเลทใหม่ขึ้นมาเพิ่มได้ โดยคลิก เมนู window รายชื่อของพาเลททั้งหมดจะปรากฏขึ้นมา พาเลทที่เปิดอยู่คือพาเลทที่มีเครื่องหมายถูกอยู่หน้าชื่อ ดังนั้น การเปิดพาเลทก็คือ การคลิกให้มีเครื่องหมายถูกหน้าชื่อพาเลทนั้นๆ ส่วนจะปิดก็เปลี่ยนเป็นคลิกให้เครื่องหมายถูกหายไป
6. Canvas พื้นที่ทำงาน หรือกระดานวาดภาพ ตรงนี้เป็นส่วนที่เราจะสร้างไฟล์ใหม่ขึ้นมาทำงาน ตกแต่งชิ้นงาน หรือเปิดไฟล์รูปขึ้นมาแก้ไข
                                      1.3 การตั้งหน้ากระดาษใหม่
                เมื่อต้องการทำงานกับภาพใน Photoshop  ควรจะกำหนดขนาดภาพหรือตั้งค้าหน้ากระดาษเสียก่อน แล้วจึงนำไฟล์ภาพเข้ามาใช้งาน  ซึ่งจะทำให้ได้ขนาดของภาพที่ตรงกับความต้องการใช้งาน สำหรับการตั้งหน้ากระดาษมีขั้นตอนดังนี้
                1.              คลิกเมนู File > new
2.             ตั้งชื่อไฟล์ (หน้ากระดาษ) ในช่อง Name
3.             เลือกรูปแบบของกระดาษ ในช่อง Preset



คำอธิบาย

Default Photoshop Size  กระดาษแบบมาตรฐาน
                International Paper            กระดาษแบบสากล
                Web                                       กระดาษของหน้าเว็บไซต์
                Mobile & Devices              กระดาษบนโทรศัพท์มือถือ
                Film & Video                     กระดาษที่ใช้งานกับภาพยนต์และวีดีโอ        

 1.4  การเปิดไฟล์ภาพทำงาน
                ก่อนเริ่มต้นการทำงานให้เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการขึ้นมา โดยเลือกแฟ้มที่ได้จัดเก็บไฟล์ภาพไว้ (ถ้าต้องการเปิดหลายไฟล์ภาพขึ้นมาพร้อมกันให้กดปุ่ม (Ctrl) ที่คีย์บอร์ดค้างไว้แล้วเลือกไฟล์ภาพทันที) ดังนี้
1.             คลิกเมนู  File >  Open
2.              เลือกที่เก็บไฟล์ภาพหรือโฟลเดอร์ในช่อง Look in



1.5 การบันทึกไฟล์ภาพ
                การบันทึกไฟล์ภาพถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะสามารถนำกลับมาใช้แก้ไขภายหลังหรือบันทึกเพื่อส่งต่อไปทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่น ส่วนไฟล์ภาพที่รองรับ Photoshop คือไฟล์ นามสกุล PSD  (Photoshop Document)  ซึ่งสามารถบันทึกภาพแบบแยกเลเยอร์ให้เป็นส่วน ๆ ดังนี้
1.    คลิกเมนู  File > Save As
2.    เลือกตำแหน่งบันทึกไฟล์ภาพ ในช่อง Save in
3.    ตั้งชื่อไฟล์ภาพในช่อง File name



ออปชั่นในการบันทึกไฟล์ภาพในช่อง  Save  Option มีดังนี้

-                   As a Copy  เป็นการบันทึกไฟล์จากภาพต้นฉบับให้เป็นไฟล์ใหม่
-                   Alpha  Channels  จะใช้บันทึก Channels  เพื่อเก็บคุณสมบัติสี
-                   Layer  บันทึกคุณสมบัติของเลเยอร์
-                   Annotations เป็นหมายเหตุใช้อธิบายภาพและเสียง
-                   Sport Color  เลือกรูปแบบสี
-                   Use Proof Setup ใช้กำหนดโหมดสีในการพิมพ์
-                   ICC Profile  เลือกโหมดสีภาพ
-                   Thumbnail  ขนาดไฟล์ตัวอย่าง

1.6  ไฟล์ภาพที่ใช้ใน Photoshop
Photoshop  สามารถรองรับการทำงานกับไฟล์ภาพได้หลายชนิด ดังนี้
.GIF  เป็นการบันทึกรูปภาพที่จะสามารถบีบอัดข้อมูลให้มีขนาดเล็ก ส่วนมากจะนำไปบันทึกเป็นไฟล์ภาพเคลื่อนไหว
.PNG  ใช้บันทึกรูปภาพประเภทเวกเตอร์ จะมีคุณสมบัติคล้ายกับไฟล์ GIF ซึ่งสามารถบีบอัดข้อมูลให้มีขนาดเล็ก บันทึกส่วนที่โปร่งใส และสามารถเลือกระดับสีให้แสดงถึง 16.7 ล้านสี
.Tiff  เป็นการบันทึกไฟล์ภาพซึ่งสามารถบีบอัดข้อมูลทำให้คุณภาพของสีภาพเหมือนต้นฉบับแต่ไฟล์ภาพนั้นจะมีขนาดใหญ่ ในกรณีที่บันทึกเป็นไฟล์สกุล TIFF  สามารถนำไปใช้ร่วมกับ PageMaker  เพื่อสร้างสื่อสิ่งพิมพ์ต่อไป
.BMP เป็นรูปแบบของไฟล์มาตรฐานที่ใช้ในระบบปฏิบัติการ Windows และ Dos  ซึ่งสามารถที่จะจัดเรียงสีดำไปหาสีขาว  (1 ไบต์ต่อ 1 pixel)  และจะสามารถเลือกระดับสีสูงถึง 24 บิต หรือ 16.7 ล้านสี
.EPS เป็นรูปของไฟล์ที่สามารถบรรจุภาพแบบเวกเตอร์และบิตแม็บสนับสนุนการนำรูปภาพไปเป็นภาพประกอบใน Illustrator หรือนำไปใช้ร่วมกับโปรแกรมจัดหน้าเอกสาร ในกรณีที่นำภาพแบบเวกเตอร์มาเปิดใน Photoshopจะถูกแปลงเป็น Bitmap ทันที
.PDF เป็นรูปแบบของไฟล์ที่ใช้เป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์หรือนำเสนอข้อมูลบนเน็ต ข้อดีของไฟล์ PDF  คือ รักษารูปแบบหน้ากระดาษ ตัวอักษร รูปภาพให้เหมือนกับต้นฉบับและนิยมนำไฟล์ PDF บันทึกไฟล์งานก่อนส่งโรงพิมพ์ส่วนโปรแกรมที่ใช้อ่านไฟล์ PDF คือ  Adobe Acrobat  Reader
.JPEG  เป็นไฟล์ที่สามารถบีบอัดข้อมูลที่เป็นไฟล์รูปภาพประเภท Bitmap  หรือ ภาพถ่ายและสามารถกำหนดการแสดงภาพบนเว็บจากหยาบไปหาความละเอียดที่เรียกว่า Progressive ซึ่งเราสามารถปรับค่าออปชั่นของรูปแบบไฟล์ JPEG ได้ (ส่วนมากไฟล์ภาพเป็น *.jpeg เกือบทั้งหมด
1.7  การปรับไฟล์ภาพให้เล็กลง
                Image size  เป็นคำสั่งที่ช่วยในการปรับขนาดของรูปภาพ ให้มีขนาดที่เล็กลงและยังช่วยให้ขนาดของไฟล์ภาพเล็กลงอีกด้วย  ซึ่งมีการปรับขนาดดังนี้

1.             คลิกเมนู Image > Image Size  หรือ กดปุ่ม Alt + Ctrl + I
2.             กำหนดขนาดของไฟล์ให้เล็กลง ในส่วน pixel Dimensions:
3.             กำหนดความละเอียดของภาพ Resolution


    Width                    =  ความกว้าง
Height                   =  ความสูง
          Resolution            =   ความละเอียด
                                                                           Inches                    =   นิ้ว




















































































































































































วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555

การใช้โปรแกรม Photoshop CS2

การใช้โปรแกรม Photoshop CS2

ลักษณะเด่นของ Photoshop

1. Photoshop ทำงานเป็น Layer
ลักษณะการทำงานของ Photoshop จะเหมือนการวางแผ่นใสซ้อนๆ กัน โดยแต่ละแผ่นจะมีการทำงาน
ต่างกัน แต่เมือรวมกันแล้วจะเป็นแค่ภาพภาพเดียว แต่ละแผ่นใส(Layer) สามารถสลับไปมาได้




2. รูปแบบคำสั่งเป็นแบบ Interface Enhancement ไอคอนและปุ่มคำสั่งต่างๆ จะอยู่ในรูปแบบของ
Toolbox , Toolbar และ Dialog Box ซึงจัดไว้เป็นหมวดหมู่ โดยคลิกเพือใช้งาน และจะมีการตอบโต้
การใช้งานเป็นแบบ 3 มิติ คือ เมื่อคลิกปุ่มจะยุบลงไป


3. สนับสนุนการทำการบนเว็บไซต์
เนื่องจากไฟล์ภาพที่ใช้บนเว็บไซต์มีหลายประเภท และโปรแกรม Photoshop สามารถ สร้างภาพที่ใช้
งานบนเว็บไซต์ได้หลากหลาย

เตรียมเครื่องให้พร้อมก่อนใช้งาน
สำหรับเครื่อง PC
- ระบบปฏิบัติการ Windows XP , Windows Vista , Windows 7
- CPU เพนเทียม III ขึ้นไป แรม1 28 mb เป็นอย่างน้อย
- การ์ดจอที่แสดงสีได้ระดับ 16 bit ขึ้นไป
- ควรใช้ จอภาพที่แสดงผลด้วยความละเอียด 800*600 ขึ่นไป
- CD Rom สำหรับอ่านแผ่น CD
เริ่มต้นใช้งาน Photoshop CS2
1. วิธีการเข้าสู่โปรแกรม Photoshop Cs2 คลิกที่ไอคอนโปรแกรมดังรูป


(ดับเบิ้ลคลิก ที่ไอคอนดังรูปเพื่ิอเข้าโปรแกรมPhotoshop Cs2)

2. หน้าตาของโปรแกรม Photoshop CS2



Panel คืออะไร
panel เป็นแถบที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน ซึ่งมีหลายแบบด้วยกัน เช่น panel Layer ,
History และ Navigator ซึ่ง panel ที่จำเป็นในการใช้งาน จะมีดังนี้
1. Navigator ใช้สำหรับขยายมุมมองการทำงานของพื้นที่การทำงาน
2. History ใช้สำหรับ การย้อนกลับการกระทำต่างๆ เมื่อผิดพลาด
3. Layer ใช้สำหรับการสร้างและลบ layer ต่างๆ
วิธีการเปิด/ปิด Panel
สามารถทำได้โดยไปที่เมนู Windows > แล้วเลือก Panel ที่ต้องการใช้



ชนิดไฟล์ในโปรแกรม Photoshop
.psd (Photoshop File) : เป็นไฟล์พื่นฐานของโปรแกรม Photoshop สามารถเก็บบันทึกข้อมูล
คุณลักษณะต่างๆ ที่ใช้ใน Photoshop ไม่ว่าจะเป็น Layer , สี หรือ Effect ต่างๆ
.bmp (Bitmap file) : เป็นไฟล์พื้นฐานของ Windows
.gif (Graphic Interchange) : เป็นไฟล์ที่ใช้กันมากบนอินเตอร์เน็ต เพราะง่ายต่อการบีบอัดข้อมูล เพราะ มีขนาดเล็ก
.jpg (Joint Photographic experts Group) : เป็นไฟล์นิยมใช้บนอินเตอร์เน็ตเช่นกันจะแตกต่างกันที่ไฟล์นี่จะ
มีความละเอียดของภาพค่อนข้างชัดเจน

การเปิดไฟล์
การเรียกไฟล์ภาพหรือไฟล์ psd นำขึ่้นมาใช้สามารถทำได้โดย ไปที่เมนู File > Open หรือคีย์ลัด Ctrl+O



การเปิดไฟล์ก่อนหน้านี้ด้วยคำสั่ง  Open Recent
ไปที่เมนู File>Open Recent แล้วเลือกไฟล์ที่เคยเปิดไว้อยู่แล้วได้จากคำสั่งนี้





การสร้างภาพใหม่
นอกจากการนำภาพมาใช้งานแล้วเราสามารถสร้างภาพขึ้นมาให้ด้วยพื้นที่การทำงานที่เราสร้างได้เอง
ด้วย โดยการไปที่เมนู File>New หรือคีย์ลัด Ctrl+N


รายละเอียดการกำหนดขนาดพื้นที่ใหม่




การบันทึกไฟล์
การบันทึกไฟล์ของ Photoshop มีสองแบบคือ บันทึกเพื่อนำมาแก้ไขได้ภายหลัง และบันทึกนำไปใช้งา
นบเว็บไซต์
1. การบันทึกงานเพื่อนำมาแก้ไขภายหลัง สามารถทำได้โดย ไปที่เมนู File>save as…



2. วิธีการเซฟนำไปใช้บนเว็บไซต์ สามารถทำได้โดย การไปที่เมนู File > Save for Web


จะปรากฏแถบข้อมูลการ Save for Web


** การเลือกประเภทไฟล์ในช่อง preset นั้นขึ้นอยู่กับงานี่จะนำไปใช้


การใช้เครื่องมือ Selection (Marquee Tool)
ใช้ในการเลือกส่วนของรูปภาพเพื่อการคัดลอกหรือใส่  effect   ต่างๆ ให้กับส่วนที่เลือก และมักใช้กับ
คำสั่ง Copy , Cut ,Delและ คำสั่ง paste




การใช้เครื่องมือ Selection (Lasso Tool)
เป็นการเลือกส่วนของรูปภาพเช่นกัน แต่จะเป็นการเลือกแบบอิสระสามารถกำหนดส่วนที่เลือกได้เอง




การใช้เครื่องมือ Magic wand tool



เป็นการ Selection โดยอาศัยค่าสีที่ใกล้เคียงกัน โดยโปรแกรมจะเลือกสีที่่มีความคล้ายกับสีที่เลือก

การใช้เครื่องมือในการระบายสีหรือแก้ไขภาพ

Healing Brush Tool

ใช้เกลี่ยรอยต่างๆ โดยจะทำการรักษาโทนสี ความสว่างให้ใกล้เคียงกับของเดิมอัตโนมัติ เวลาใช้ต้องกด
ปุ่มA lt ร่วมด้วย




การใช้ Brush Tool




การใช้เครื่องมือในการคัดลอก

Clone Stamp Tool


เป็นการใช้เพื่อการคัดลอกบางส่วนของภาพให้เหมือนต้นฉบับเดิม ต้องกดปุ่มA lt ร่วมด้วย




                         ก่อนใช้ Clone Stamp                                              หลังใช้ Clone Stamp


การใช้ Paint Bucket Tool

ใช้สำหรับการเติมสีลงวัตถุที่่ต้องการ



การลบวัตถุด้วย Eraser Tool

ใช้ในการลบวัตถุที่ต้องการ





                       ก่อนใช้ Eraser Tool                                                          หลังใช้ Eraser Tool



เครื่องมือในการพิมพ์ตัวอักษร
สามารถพิมพ์ข้อความหรือตัวอักษรได้ จาก Type Tool